ลำโพง KRK ตระกูล VXT เป็นลำโพงสูดิโอ ที่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มลำโพงสตูดิโอแบบ Near field ราคาระดับกลาง ที่ทำตลาดแข่งกับลำโพงจากยี่ห้ออื่นๆ อย่าง Fostex, Alesis, Mackie, ADAM, Dynaudio, Genelac, Yamaha หรือ M-Audio, สำหรับ KRK เองนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในลำโพงที่มักถูกเลือกใช้ในสตูดิโอใหญ่ๆ ที่เราๆสามารถสังเกตเห็นได้จากนิตยาสารต่างๆ, KRK ตระกูล VXT นี้มีความพิเศษอยู่หลายอย่าง ที่ทำให้แตกต่างจากลำโพงยี่ห้ออื่นๆที่อยู่ในระดับเดี่ยวกัน รวมทั้งแตกต่างจากรุ่นเล็กของ KRK เอง, ในบทความนี้ จะเป็นการรีวิวลำโพง KRK ตระกูล VXT เน้น VXT 6 ตามแบบฉบับของผมเองทั้งในเรื่องของ โครงสร้าง วัสดุ วงจร และเสียงของมัน
KRK นั้น เป็นยี่ห้อ ที่ผลิตเฉพาะลำโพงสตูดิโอ มาตั้งแต่เปิดบริษัท ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆหลายยี่ห้อ มีสายการผลิตลำโพงสำหรับจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ลำโพงรถยนต์ ลำโพงสำหรับงานเสียงกลางแจ้ง หรือลำโพงสำหรับเครื่องเสียงภายในบ้าน จากประเด็นนี้เอง หลายคนจึงมอง KRK เป็นยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ ในแง่ของลำโพงที่ถูกออกแบบมาเฉพาะทางเพื่องานสตูดิโอโดยเฉพาะ รวมทั้งสามารถตีความลึกไปถึงความชำนาญเฉพาะทางในเรื่องของการออกแบบลำโพงสตูดิโออีกด้วย ชื่อเสียงของ KRK คือลำโพงที่ถ่ายทอดเสียงออกมาได้เที่ยงตรง แข็งกระด้าง ขี้ฟ้องในทุกรายละเอียดของเสียงโดยไม่เกรงใจผู้ฟัง, และข้อตำหนิที่น่าเสียดายคือเรื่องของการย้ายการผลิตจากประเทศอเมริกาไปสู่ประเทศจีน และการปรับเปลี่ยน spec บางอย่างที่ทำให้ภาคขับเสียงคุณภาพด้อยกว่าครั้งที่ยังผลิตที่ประเทศอเมริกา, คำร่ำลือต่างๆ เป็นจริงเท็จแค่ไหน เสียงที่ออกมาเป็นอย่างไร เราจะได้รู้กัน
sonarboy.com
KRK ตระกูล VXT นี้ เปิดตัวครั้งแรกในงาน NAMM ต้นปี 2007 และวางขาย ทำตลาดหลังจากนั้น, KRK ตระกูล VXT มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น คือ VXT4, VXT4 สีขาว, VXT6 และ VXT8 สำหรับ VXT4 นั้น จะมีความแตกต่างจาก VXT6 และ VXT8 อยู่หลายอย่าง เช่น ดอกลำโพงใช้วัสดุคนละชนิด ไม่มี low cut, hi cut เป็นต้น, และท้ายที่สุด สิ่งที่จะเห็นได้ชัดจากภายนอก คือ แต่ละตัว จะมีขนาดที่แตกต่างกัน, โดยเฉพาะ VXT8 จะมีขนาดที่ใหญ่มาก ใครที่คิดจะซื้อ VXT8 ก็ต้องหาที่ว่างๆในห้องให้มันด้วย
ความพิเศษที่มีอยู่ในลำโพง KRK รุ่น VXT มีประเด็นหลักที่สังเกตได้อยู่ 3 อย่าง คือ โครงสร้างภายนอกที่มีลักษณะโค้งมน ทำด้วยพลาสติก แทนที่จะใช้ไม้ และยังมีรูน๊อตใต้ลำโพงเอาไว้ยึดกับขาวางลำโพงอีกด้วย, วงจรภายในที่เพิ่มความซับซ้อนในการทำงาน มีระบบ stand-by และ clip limiter, และดอกลำโพงที่เลือกใช้ เส้นใย Kevlar สาน สำหรับ woofer และ โคนผ้าไหม (สำหรับ Tweeter เฉพาะรุ่น VXT 6 และ VXT 8)
sonarboy.com
โครงสร้างภายนอกที่ทำให้ KRK VXT มีความโดดเด่น คือ การเลือกใช้ พลาสติกหล่อ เป็นทรงโค้งมนทั้งตัวลำโพง แทนที่จะใช้ไม้ หรือ โลหะ เป็นโครงสร้าง ทั้งนี้ KRK ให้เหตุผลว่า จะช่วยลดพื้นที่ผนังที่วางขนานกัน ช่วยลดเสียงสะท้อน และการเกิด standing wave ในบางความถี่ลงได้
พลาสติกที่เลือกใช้นั้น เป็น ABS Structural Foam ไม่ใช่ ABS แบบ Solid ทั่วไป ซึ่ง KRK ได้อธิบายหลายอย่างเดียวกับกรเลือกใช้วัสดุประเภทนี้ในแง่ของคุณภาพเสียง แต่สุดท้ายแล้วผมคิดว่าคำโฆษณาต่างๆ ควรที่จะถูกตัดสินด้วยผลลัพท์ที่ลูกค้าสามารถรับรุ้ได้ด้วยตัวเองมากกว่า
ในทางตรงกันข้ามกัน การเลือกใช้พลาสติกแทนใช้ไม้ ทำให้ลดขั้นตอนการผลิตลงได้ ไม่ต้องทำสีภายนอกซ้ำอีกครั้ง ซึ่งในบางความคิดอาจจะมองว่าอาจจะทำให้ความสวยงามในแบบลำโพงทั่วๆไปที่ทำสีแบบ Glossy Black ขาดหายไปจากลำโพงตัวนี้
สำหรับการคิดในแง่ลบนั้น การเลือกใช้พลาสติก ABS แทนการใช้ไม้ทำตู้ลำโพง อาจเป็นเพียงกลยุทธ์ในการลดต้นทุนการผลิตของ KRK, การออกแบบรูปร่างที่พิเศษ และการสร้างคำอธิบายต่างๆเกี่ยวกับข้อดีของการออกแบบ และการเลือกใช้พลาสติก อาจเป็นเพียงคำอธิบายที่ใช้ในการกลบเกลื่อนการลดต้นทุน, ผมคิดว่าการมองในมุมลบที่กล่าวมาข้างต้นนั้น คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก หากการเลือกใช้พลาสติกทำให้เสียงไม่ดีเท่ากับการเลือกใช้ไม้ KRK คงจะไม่เอาอนาคตของบริษัทฯมาแขวนเอาไว้กับการเลือกใช้วัสดุแบบนี้แน่ และถ้าหากเป็นการเลือกใช้วัสดุเพื่อการลดต้นทุนจริงๆ ในรุ่น Rokit Gen II ซึ่งเพิ่งออกวางขายไม่นาน น่าจะถูกผลิตด้วยพลาสติกเหมือนกัน เพื่อเหตุผลเดียวกัน, ดังนั้นผมสามารถสรุปได้ง่ายๆว่า การเลือกใช้พลาสติกไม่ใช่เรื่องของการลดต้นทุนแน่นอน
sonarboy.com
Front-Firing Bass Port หรือ ช่องทรงสี่เหลี่ยมโค้ง สำหรับเสียงย่านความถี่ต่ำที่อยู่ด้านหน้า ตามแบบฉบับของ KRK ที่จะไม่ยอมให้ bass port อยู่ด้านหลังของตัวลำโพง ด้วยความคิดที่ว่า การที่มี bass port อยู่ด้านหลัง อาจจะทำให้เสียงสะท้อนกับผนังกำแพง หรือมุมห้องที่อยู่ใกล้กับลำโพงได้ อาจทำให้เสียงที่ได้ยินถูกทำให้ผิดเพี้ยนไป KRK จึงเลือกให้ bass port อยู่ด้านหน้าของตัวลำโพง เพื่อลดปัญหาแบบนี้ โดยเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต้องวางลำโพงใกล้กับผนังหรือมุมห้อง
sonarboy.com
สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นคือ ลำโพงของ KRK VXT นี้ เมื่อพลิกดูด้านล่างของลำโพง จะมีรูน๊อต 4 รู เอาไว้ยึดกับขาวางลำโพง ซึ่งถือว่า เป็นอีกหนึ่งจุดที่ KRK ให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อการใช้งานมากเป็นพิเศษ, เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการนำไปใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายกว่า ไม่ว่าจะเป็น การวางลำโพงบนขาลำโพง หรือว่าการยึดติดกับผนัง (ซึ่ง KRK ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับวางกับขาวางลำโพง หรือยึดกับผนัง ออกมาขายด้วย), ซึ่งถ้าลองสังเกตจากลำโพงยี่ห้ออื่นๆที่ผมเคยใช้มา คือ WharfedalePRO Diamond หรือว่า Yamaha ก็จะไม่มีรูสำหรับใส่น๊อตยึดขาวางลำโพงแบบนี้เอาไว้ให้ มีเพียงลำโพงสตูดิโอเพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้นที่จะเตรียมเอาไว้ให้ และในการใช้งานจริง เราอาจจะพบเจอคนบางคนเลือกเจาะรูทะลุลำโพง หรือทากาว แปะกระดาษกาว 2 หน้า ยึดลำโพงให้ติดกับพื้นผิว ซึ่งทำให้ความสวยงามของผิวลำโพงลดลงไป และขายต่อไม่ได้ราคาอีกด้วย
sonarboy.com
วงจรตัดการทำงานของลำโพง หรือเข้าสู่ Stand-by mode ของ KRK รุ่น VXT นี้ ถูกเรียกว่า Auto-Mute โดยจะมีปุ่ม เปิด/ปิด การทำงานของความสามารถนี้อยู่ด้านหลังของตัวลำโพง สามารถอธิบายการทำงานของระบบนี้ได้คือ เมื่อสัญญาณเสียงที่ส่งเข้าตัวลำโพงมีสัญญาณอ่อนมากๆ หรือ ไม่มีสัญญาณเลย และอยู่ในสภาวะอย่างนี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานประมาณ 20 นาที ระบบขยายเสียงของลำโพงจะตัดการทำงานของตัวเอง หรือ ปิด ลำโพง นั่นเอง ซึ่งจะสังเกตการปิด ได้จากไฟแสดงสถานะการทำงานที่อยู่ด้านหน้าของลำโพงนั่นเอง และลำโพงจะเปิดทำงานอีกครั้ง เมื่อมีสัญญาณเข้าสู่ลำโพงอีกรอบ Auto-mute หรือ stand-by mode นี้ จะช่วยถนอมวงจรขยายเสียงของลำโพงให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ แต่ระบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่ที่จะไม่เหมาะสมกับงานบางงานที่เสียงไม่ดังมาก เช่น เสียงเกมส์ เป็นต้น ซึ่ง KRK ก็แนะนำให้ปิดระบบนี้ซะ ถ้างานที่ทำมีระดับเสียงค่อนข้างเบา
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ KRK VXT มีความแตกต่างจากลำโพงยี่ห้ออื่นๆ คือ ระบบ clip indicator/limiter เป็นอีกระบบที่ช่วยป้องกันลำโพงจากสัญญาณเสียงที่ดังเกินไป โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้เพียงแค่ clip indicator ที่จะแสดงเพียงสัญญาณเตือน หรือ เปิดให้ limiter ทำงานไปพร้อมๆกับที่พบเจอสัญญาณ clip หรือ ปิดระบบนี้ซะ, ซึ่งถ้าหากคิดในแง่ของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน เช่น การถอดเสียบสายสัญญาณผิดพลาด การใช้สายสัญญาณที่ขาดภายใน หรือสัญญาณ clip ที่อาจจะมาจาก ไฟฟ้าที่ไม่สะอาด ระบบนี้สามารถช่วยป้องกันความเสียหายได้อีกขั้นตอนหนึ่ง, และแน่นอนว่า หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำงานในสภาวะที่เสียงดังมากๆ ก็สามารถปิดระบบนี้ลงได้เช่นกัน
LF Cut-off และ HF Trim ดูเหมือนจะเป็นวงจรมาตรฐานที่ควรจะมีอยู่ในลำโพงราคาระดับนี้แล้ว, สำหรับ KRK VXT นั้น มีเพียงรุ่น VXT 4 เท่านั้น ที่จะไม่มีความสามารถนี้ติดมาให้ ส่วนรุ่น VXT6 และ VXT8 มีมาด้วย, ซึ่งการ cut-off ที่ความถี่ต่ำ จะทำงานที่ความถี่ประมาณ 40Hz, 48Hz หรือ 62Hz ขึ้นกับการเลือก และ การปรับแต่งย่านความถี่สูงจะทำงานที่ความถี่ประมาณ 2kHz สามารถเลือกปรับได้คือ +2 dB หรือ – 2 dB หรือ flat ซึ่งถือเป็นการปรับแต่งแบบหยาบที่มักจะพบเจอในลำโพงสตูดิโอส่วนใหญ่, ซึ่งถ้าผู้ใช้ต้องการปรับแต่งลำโพงในแบบที่ละเอียดกว่านั้น KRK ได้ผลิต Hardware ที่ทำงานในส่วนของ Room Collection ให้เลือกซื้อมาใช้อยู่แล้ว ในขณะที่ยี่ห้ออื่นอาจจะนำความสามารถนี้ติดเข้าไปในตัวลำโพงเลย (ซึ่งหมายความว่าต้องจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อที่จะได้ความสามารถนี้ติดลำโพงมาด้วย)
sonarboy.com
ดอกลำโพงของรุ่น VXT นั้น สำหรับ woofer จะใช้เส้นใย Kevlar ถัก ในการผลิต เป็นวัสดุเกรดที่ใกล้เคียงกับรุ่นใหญ่อย่าง Expose, ในขณะที่ฝั่ง Tweeter นั้น VXT 4 จะใช้ 1″ Silk Dome NEO ส่วน VXT 6 และ VXT 8 จะใช้ 1″ Silk Dome Ferrite ซึ่ง KRK ไม่ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความแตกต่างของวัสดุที่ใช้ผลิตในส่วนของ Tweeter
woofer ที่เป็นใย Kevlar ถัก จะเป็นสีเหลือง แสดงเอกลักษณ์ทางการค้าเฉพาะตัวของ KRK เอง, ซึ่งจะเป็นวัสดุที่แตกต่างจากรุ่น Rokit , นอกจากสีเหลืองของดอกลำโพงแล้ว การเลือกใช้วัสดุที่ผลิตเป็นดอกลำโพงนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สร้างจุดขายให้แก่ตัวลำโพงมากนัก
sonarboy.com
ปุ่มปรับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มเปิด/ปิด ระบบ Auto-mute , ปุ่มเปิด/ปิด ระบบ clip indicator/limiter, ปุ่มปรับ LF cut-off, HF trim… ปุ่มเหล่านี้จะมีพลาสติกขุ่นโปร่งแสงครอบเอาไว้ป้องกันไม่ให้มีอะไรไปโดนเข้า และปรับเปลี่ยนโดยบังเอิญ, ถือว่าเป็นการออกแบบที่แปลกตาไปอีกแบบ เมื่อเทียบกับหลายยี่ห้อ ที่เลือกใช้เป็นสวิทช์ที่ถูกฝังเข้าไปให้มีระดับเดียวกับพื้นผิว
knob ที่ใช้บิดปรับ volume ที่อยู่ด้านหลัง ค่อนข้างเล็กนิดหน่อย อาจจะจับไม่ถนัดมือสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะสามารถถือได้ว่าปุ่ม volume ด้านหลังไม่ใช่ปุ่มที่ควรหมุนปรับบ่อยๆ แต่ก็อาจจะสร้างความขัดใจได้บ้างเล็กน้อยสำหรับบางคนที่นิ้วใหญ่ๆมือใหญ่ๆ, และถึงแม้ยี่ห้ออื่นๆ ก็ผลิตออกมาเป็นขนาดนี้เช่นกัน แต่ก็ยังอดนึกเสียดายไม่ได้เสียทีว่าทำไม KRK ไม่ทำให้มันน่าประทับใจกว่านี้สักนิด
ช่องต่อสัญญาณเข้า เป็นช่องแบบ XLR/TRS Combo เพียงแบบเดียว จะไม่มีช่องต่อแบบ RCA unbalance มาให้, หากคิดในแง่ของคุณภาพสัญญาณที่ดีกว่าแล้ว ช่องต่อแบบ RCA Unbalance ควรเป็นช่องต่อที่ต้องหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ผมจึงไม่ถือจุดนี้เป็นข้อด้อย
sonarboy.com
คำโฆษณาต่างคงจะไม่มีความหมาย หากผลลัพท์ที่ออกมาของลำโพงราคาที่จัดอยู่ในกลุ่ม “ปานกลาง” ออกมาไม่เป็นที่น่าถูกใจผู้ซื้อ, คำร่ำลือถึงคุณสมบัติของ KRK ที่ว่าเที่ยงตรง แข็งเป๊ก และไม่ใช่ลำโพงที่เปิดเพลงฟังแล้ว “เพราะ” เนื่องจากความขี้ฟ้องของมัน อาจจะไม่ใช่ความจริง หากไม่ได้ทดลองฟังเสียงเอง……….
การทดลองใช้งานนั้น ถูกทดลอง 2 อย่าง คือ 1. ทดสอบเทียบกับลำโพงรุ่น Rokit 6 Gen II, VXT4, VXT8 ที่ร้านค้า, และ 2. การซื้อลำโพงคู่นี้กลับมาใช้ที่สตูดิโอส่วนตัว และใช้งานเองจริงๆ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
sonarboy.com
คำถามแรกที่ผมเจอ คือ ทำไมต้องซื้อ VXT6 ในเมื่อสามารถซื้อ Rokit 6 Gen2 ได้ในราคาที่ถูกกว่า 1 หมื่นบาท หากความแตกต่างมีเพียงแค่วงจรขับเสียง, คำตอบที่สำคัญนั่นก็คือ คุณภาพเสียงที่แตกต่างกัน, โดยทั่วไปนั้น หากฟังผิวเผิน VXT6 กับ Rokit 6 จะมี character ของเสียงที่คล้ายคลึงกันมาก แต่ในแง่ของรายละเอียดที่สำคัญคือ ความชัดเจนของเสียงในย่านความถี่ต่างๆนั้น รุ่น VXT6 มีความชัดเจนมากกว่า Rokit 6 อย่างเห็นได้ชัด
ผมตั้งคำถามเอาไว้อย่างหนึ่งว่า ถ้าหาก EQ เสียงของ Rokit 6 ให้มีความคล้ายคลึงกับ VXT6, เจ้าตัว Rokit 6 สามารถใช้งานได้เทียบเคียงกับ VXT6 หรือไม่, การทดลองนี้ทำโดยใช้ 16 band EQ ปรับสัญญาณเสียงที่ส่งเข้า Rokit 6 ในขณะที่สัญญาณเสียงที่ส่งเข้า VXT6 เป็นสัญญาณต้นฉบับ, ผลจากการทดสอบนั้นผมสามารถสรุปได้ว่า การ EQ เสียงนั้น สามารถช่วยให้ Rokit 6 ถ่ายทอดเสียงออกมาให้ใกล้เคียงกับ VXT6 ได้ แต่ไม่สามารถแสดงรายละเอียดบางอย่างได้ครบถ้วน, ซึ่งผมพบว่าแนวเพลง Electronic หรือ Electronic Pop ที่มักจะใส่ลูกเล่นเสียงจำพวก Synth, Bass, หรือ Bass Drum เสียงความถี่ต่ำต่างๆ จะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนกว่า ในรุ่น VXT 6 ในขณะที่ Rokit 6 กลับกลายเป็นเสียงที่มัวๆ ฟังไม่ค่อยออกว่าเป็นเสียงอะไร, เมื่อจับทางความแตกต่างของเสียงได้ ผมจึงทำการทดสอบต่อกับแนวเพลงอื่น ซึ่งก็ให้ผลที่เหมือนกันคือ ความชัดเจนที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง
sonarboy.com
เสียงที่ได้ยินจากลำโพงทั้ง 3 รุ่นนั้น แทบจะเหมือนกับที่สามารถคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว นั่นคือ ปริมาณเสียงเบสที่แตกต่างกันตามขนาดของ Woofer ที่ต่างกัน, สำหรับลำโพงทั้ง 3 ขนาดนี้ สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างชัดเจนมากๆอย่างไม่น่าสงสัย, วงจรขับเสียงที่มีรายละเอียดเหมือนกันแทบทั้งหมด ทำให้ความแตกต่างของทั้ง 3 รุ่นนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ขนาดเท่านั้นเอง
สำหรับ VXT4 นั้น ถ่ายทอดเสียงย่านความถี่ต่ำออกมาได้ชัดเจน แต่ปริมาตรของเสียงย่านความถี่ต่ำนั้นไม่ดีเท่าไหร่ ค่อนข้างน้อยเกินไป ถ้าหากคิดในแง่ของการเลือกไปใช้สำหรับงานที่หลากหลายกว่า การเลือกซื้อลำโพงรุ่น Rokit 6 ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกัน หรือยอมอดทนซื้อรุ่น VXT6 จะเป็นทางเลือกที่น่าพึงพอใจกว่า
สำหรับ VXT6 และ VXT8 นั้น กลับกลายเป็นเรื่องของ “พลัง” ของการถ่ายทอดเสียงแล้ว, ความชัดเจนของเสียง ความสามารถในการถ่ายทอดเสียง รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับเสียงที่สามารถได้ยินในการทดลองนั้น เหมือนกันมากจนแทบแยกไม่ออก, แต่แน่นอนว่า หากห้องทำงานใหญ่ ความต้องการใช้งานในระยะห่างของการฟังที่มากกว่า VXT8 สามารถทำได้ดีกว่าแน่นอน, และในมุมเดียวกันนั้นเอง ในการทดงานพื้นที่ค่อนข้างเล็ก ระยะห่างจากลำโพงที่ไม่มากนัก VXT6 ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในการใช้งาน
sonarboy.com
ถึงแม้ผมรู้อยู่แล้วว่า ในช่วงของการ burn ลำโพงนั้น เสียงที่ได้ยินจะไม่ใช่เสียงที่ควรจะเป็น, แต่กระนั้นก็ตาม ในช่วงของการ burn นั้น เสียงแหลมเปี๊ยบเสียบแทงแก้วหู มันฟุ่งตรงทิ่มแทงอย่างมากจนอยากโยนลำโพงทั้งคู่ทิ้งลงถังเลยทีเดียว, ดังนั้นใครที่เพิ่งซื้อ KRK ไปใช้ใหม่ๆ ควรที่จะอดทนอดกลั้น burn ลำโพงไปสักระยะหนึ่งก่อนด้วย, และแน่นอนว่าเมื่อ burn ลำโพงแล้ว เสียงที่ได้ยินเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น
ในห้องทำงานส่วนตัวที่มีขนาดประมาณ 4×4 เมตรของผม, ลำโพง KRK VXT6 ที่วางในระยะใกล้ (วางระยะห่างจากผู้ฟังประมาณ 1.5-2 เมตร) สามารถถ่ายทอดเสียงได้ดีเยี่ยม, เมื่อจัดตำแหน่งของลำโพง และตำแหน่งของผู้ฟังอย่างเหมาะสม พบว่าการถ่ายทอดเสียงทุกย่านความถี่ชัดเจนอย่างมาก และตัวห้องแทบจะไม่มีผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้ยินเลย, ในเรื่องของย่านความถี่ต่ำ ที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งดูเหมือนว่า ลำโพงยี่ห้ออื่นๆที่ผมเคยเป็นเจ้าของ หรือเคยได้ทดลองใช้มานั้น (ลำโพงที่อ้างอิงเพื่อการเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่มีราคาค่าตัวที่ต่ำกว่า KRK VXT6) จะไม่สามารถถ่ายทอดความถี่ต่ำๆได้อย่างชัดเจน และเคลียร์ อย่างที่ KRK VXT6 ตัวนี้จัดให้ผม ซึ่งสร้างความประทับใจได้อย่างมากทีเดียว, สำหรับเรื่องเสียง สิ่งที่ขาดไปนิดหน่อย (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของลำโพงขนาดนี้) คือ ความรู้สึกที่จะได้ยินจากเสียงย่านความถี่ต่ำมากๆ เช่น เสียงระเบิด หรือเสียงฮัมของเครื่องยนต์รถที่อยู่ไกลๆ ในภาพยนต์หรือสารคดี จะไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างที่ คนดู คนฟังเสียงทั่วไป “รู้สึก” ในการฟังในโรงภาพยนต์ หรือเครื่องเสียง hifi ตามบ้าน ซึ่งตรงจุดนี้ อาจสามารถเติมแต่งได้โดยการใช้ sub-woofer
ระบบ auto-mute และ clip-indicator/limiter, ทำงานอย่างที่ KRK โฆษณาเอาไว้, ถึงแม้ว่าความ sensitive ของระบบ auto-mute อาจจะไม่เท่ากันสำหรับลำโพงแต่ละข้าง ซึ่งในที่นี้ผมทดสอบปิดสัญญาณเข้า และรอดูว่าเมื่อไหร่ลำโพงจะปิดตัวเอง พบว่า ลำโพงทั้งสองตัวนั้น จะปิดไม่พร้อมกัน ระยะเวลาห่างกันประมาณ 10 วินาที, และเมื่อเปิดสัญญาณขึ้นมาอีกครั้ง ลำโพงตัวหนึ่ง ก็จะเปิดตัวเองขึ้นมาทำงานเร็วกว่าอีกตัวหนึ่งเสมอ, ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของ sensitivity ของวงจรภายใน ซึ่งหาก KRK สามารถเก็บรายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ได้ จะเป็นเรื่องที่สร้างความพึงพอใจให้กลุ่มผู้ใช้ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดได้เลยทีเดียว
sonarboy.com
ลำโพง KRK ตระกูล VXT โดยสรุปแล้ว จะมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบรูปร่างภายนอก โครงสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่ใช้เป็นตู้ลำโพง รวมไปถึงวงจรภาคขยายเสียง ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลไปถึงการใช้งานจริง, ก่อนที่ผมจะตัดสินใจซื้อลำโพงตัวนี้มาใช้งานนั้น ได้ยินทั้งคำวิภาควิจารณ์ทั้งในแง่ของเสียงที่ดูเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า เสียงกลางจะชัดเจนมาก จนกลบย่านเบสและย่านความถี่สูงไปเลย และมุมด้านลบในแง่ของการเลือกใช้พลาสติก ABS เป็นวัสดุในการผลิตตู้ลำโพง ที่ผมอดคิดไม่ได้ รวมไปถึงบทวิจารณ์ในหลายมุมจากนิตยาสารต่างประเทศหลายนิตยาสาร ทำให้อดคิดไม่ได้ในหลายๆเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น
ความชัดเจนของเสียงทุกย่านความถี่ เสียงที่โดดเด่นในย่านความถี่ช่วงกลางๆ ถือเป็นเอกลักษณ์หลักในแง่เสียงของลำโพงตัวนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ลำโพง KRK VXT6 และ VXT8 ถูกแนะนำให้เป็นลำโพงที่ต้องลองใช้ และเป็นลำโพงที่ควรใช้โดยเฉพาะสำหรับงาน Tracking เพราะทุกรายละเอียดของงานที่ควรจะได้ยิน ลำโพงตัวนี้สามารถถ่ายทอดออกมาได้หมด หรือที่ถูกเรียกเอาไว้ว่า ขี้ฟ้อง อย่างที่ใครๆกล่าวถึงกัน, ซึ่งความขี้ฟ้อง หรือความถี่กลางๆที่ชัดเจนเป็นพิเศษนี้ สำหรับลำโพงที่มีขายในไทยก็มีอยู่เพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น ที่มีลักษณะแบบนี้, ถ้ากำลังมองหาลำโพงที่สามารถแสดงทุกรายละเอียดของเสียงที่มนุษย์ได้ยิน ลำโพงนี้คือลำโพงที่ใช่แน่นอน และมันก็ไม่ใช่ลำโพงที่ฟังแล้ว “เพราะ” อย่างที่เค้าว่ากันจริงๆ
เสียงของ KRK มีเอกลักษณ์ที่อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจคนฟังเพลงหลายๆคน ความขี้ฟ้องที่บางครั้งอาจจะจำเป็นสำหรับงานเสียงที่ต้องการรายละเอียดมากแต่ไม่จำเป็นสำหรับงานบางประเภท หรือแนวเพลงบางประเภท อาจะทำให้ผู้ซื้อต้องมองหาตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าสำหรับงานของตัวเอง, และที่สำคัญที่สุดคือ ขนาดของลำโพง ขนาดของห้อง และข้อจำกัดในการวางลำโพงในห้องทำงาน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันไปด้วยในการเลือกซื้อ
ราคาค่าตัวประมาณ 3 หมื่นกว่าๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆสำหรับคนที่คิดจะซื้อเอามาใช้เล่นๆ หรือหวังลำโพงสักตัวที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกมส์ ดูหนัง จนไปถึงทำเพลง, ลำโพงตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่องานเฉพาะทาง และเพื่อคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดด้านเสียงอย่างแท้จริง และถ้าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คืองานที่เกี่ยวกับเสียง และคุณให้ความสำคัญกับเสียงจริงๆ ข้อสรุปสำหรับลำโพงตัวนี้ ไม่ใช่แค่ “อีกตัวเลือกหนึ่ง” เท่านั้น, แต่ต้องบอกว่า คุณต้องไม่พลาดที่จะได้ใช้ลำโพงตัวนี้ในการทำงานของคุณ!
Tags: hardware, krk vxt6, monitor, Review
เพิ่มเติมอีกหน่อย ลืมเขียนไป..
ขอขอบคุณ ร้าน Music2Home.com, บริษัท โมเดิร์นซีสเต็ม ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ KRK
ขอบคุณที่อดทนให้ผมเข้าออกร้าน ลองเสียงลำโพง KRK ทุกๆรุ่น ตลอดเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมา
ขอขอบคุณที่ให้บริการทุกอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการขายสินค้าและบริการจัดส่งที่รวดเร็วถึงใจมากๆครับ
ใครสนใจลำโพง KRK แวะไปที่ http://www.music2home.com ได้ครับ
ขอบคุณนะ