<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SonarBoy.com คอมพิวเตอร์ดนตรี การทำเพลง และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน</title>
	<atom:link href="http://sonarboy.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sonarboy.com</link>
	<description>โฉมใหม่ของ SonarBoy.com : การเดินทางของ ดช.โซนาร์ บนเส้นทางสู่ความฝัน ท่องไปในโลกของคอมพิวเตอร์ดนตรี ร่วมอ่านเรื่องราว และเดินทางไปพร้อมกัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Feb 2010 03:11:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Export เป็น MP3 ด้วยโปรแกรม Sonar7</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-steps/50/sonar7-mp3-export/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-steps/50/sonar7-mp3-export/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 03:11:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Steps : การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[export]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[Sonar7]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อ คุณทำเพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณต้องการจะ Export ออกไปเป็นไฟล์เพื่อการจัดเก็บ เพื่อการแจกจ่ายให้เพื่อนฟัง คุณพบกว่าเมื่อคุณเลือก export เป็น MP3 คุณเจอปัญหาคือ มี dialog box โผล่ขึ้นมา โดยมีประโยคเขียนเอาไว้ว่า &#8220;The MP3 encoder must be unlocked before use. Please visit http://www.cakewalk.com to upgrade a previous encoder, or to purchase a new encoder.&#8221; น่ารำคาญนะครับที่ต้องมาเจอแบบนี้ ในขณะที่โปรแกรมอื่นให้ใช้กันฟรีๆ แต่เจ้า Cakewalk กลับมาคิดเงินกับเรา
ผู้ เขียนเองก็ไม่มั่นใจนักว่าทำไม Cakewalk ถึงทำอย่างนี้ แต่ทาง Cakewalk เองก็ได้สร้างโปรแกรมเสริมขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย นั่นคือโปรแกรมที่มีชื่อว่า &#8220;Cakewalk External Audio Encoder Setup&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ คุณทำเพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณต้องการจะ Export ออกไปเป็นไฟล์เพื่อการจัดเก็บ เพื่อการแจกจ่ายให้เพื่อนฟัง คุณพบกว่าเมื่อคุณเลือก export เป็น MP3 คุณเจอปัญหาคือ มี dialog box โผล่ขึ้นมา โดยมีประโยคเขียนเอาไว้ว่า &#8220;<strong>The MP3 encoder must be unlocked before use. Please visit http://www.cakewalk.com to upgrade a previous encoder, or to purchase a new encoder.</strong>&#8221; น่ารำคาญนะครับที่ต้องมาเจอแบบนี้ ในขณะที่โปรแกรมอื่นให้ใช้กันฟรีๆ แต่เจ้า Cakewalk กลับมาคิดเงินกับเรา</p>
<p>ผู้ เขียนเองก็ไม่มั่นใจนักว่าทำไม Cakewalk ถึงทำอย่างนี้ แต่ทาง Cakewalk เองก็ได้สร้างโปรแกรมเสริมขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย นั่นคือโปรแกรมที่มีชื่อว่า &#8220;<strong>Cakewalk External Audio Encoder Setup</strong>&#8221; ซึ่งช่วยให้คุณสร้างช่องทางการ export ไฟล์ของคุณ เป็น format อะไรก็ได้ด้วยตนเอง</p>
<p>สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึงการ สร้างช่องทางสำหรับการ<strong> Export ออกไปเป็น MP3 ด้วย LAME MP3 Encoder </strong>กันครับ<span id="more-50"></span></p>
<h4>0.00 ก่อนจะเริ่มต้น</h4>
<blockquote><p>ปกติแล้ว ถ้าเราทำเพลงเสร็จเรียบร้อย เราก็จะกดที่เมนู <span style="text-decoration: underline;">F</span>ile &gt; <span style="text-decoration: underline;">E</span>xport &gt; Audio คุณก็จะเจอกับหน้าต่างที่ให้กำหนดค่าต่างๆ สำหรับการ export เมื่อคุณเลือกชนิดของไฟล์ ให้เป็น MP3 ในครั้งแรกๆ คุณอาจจะสามารถ export ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะเจอหน้าต่างที่เขียนว่า &#8220;The MP3 encoder must be unlocked&#8230;.&#8221; แบบนี้<br />
รูป</p>
<p>เอาล่ะครับ นั่นคือที่มาของความน่ารำคาญ ที่ทำให้เราต้องแก้ไขกัน</p></blockquote>
<h4>1.00 เริ่มต้นด้วยการ ดาวโหลด และติดตั้ง LAME MP3 Encoder</h4>
<blockquote><p>เพื่อ ลดความเสียเวลาในการศึกษา เว็บไซต์ SonarBoy.com ได้จัดชุด LAME Encoder เวอร์ชั่นล่าสุด (เวอร์ชั่น 3.98 ณ.วันที่ 4 กค. 2551) ให้ดาวโหลดกัน โดย <a href="../2009/download/doc_download/7-lame-encoder">กดที่นี่</a> ครับ<br />
.<br />
LAME MP3 Encoder มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ LAME MP3 Encoder ที่จะเอามาใช้สำหรับกรณีนี้ จะเป็น LAME MP3 Encoder แบบ Binaries(สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ LAME MP3 Encoder ได้ที่ http://lame.sourceforge.net)<br />
.<br />
หลังจากที่ดาวโหลดไฟล์แล้ว จะเห็นได้ว่า ในไฟล์ zip นั้นจะมีไฟล์อยู่ 2 ไฟล์ ชื่อว่า <strong>lame.exe</strong> และ  <strong>lame_enc.dll</strong> ให้ก๊อปปี้ทั้ง 2 ไฟล์นี้ไปใส่ไว้ที่ C:\\Program Files\Cakewalk\Shared Utilities (หรือในกรณีที่คุณเก็บโปรแกรม Cakewalk เอาไว้ที่อื่น ให้ ก๊อปปี้ 2 ไฟล์นี้ ไปใส่ไว้ที่ Folder ที่ชื่อว่า Share Utilities) จากนั้นเราก็พร้อมที่จะทำให้โปรแกรม Sonar 7 รู้จักกับ Encoder ตัวนี้กันล่ะครับ</p></blockquote>
<h4>2.00 เปิดโปรแกรม Cakewalk External Audio Encoder Setup</h4>
<blockquote><p>ให้ คุณเปิดโปรแกรม Cakewalk Sonar 7 ขึ้นมา แล้วกระโดดไปที่เมนู Tools -&gt; Cakewalk Ext Encoder Config คุณก็จะเจอหน้าต่างดังต่อไปนี้<br />
รูป<br />
รูป<br />
<strong><span style="text-decoration: underline;"><br />
คุณสามารถเขียนตามที่เขียนไว้ในรูปได้เลยนะครับ&#8230; ในแต่ละช่องมันคืออะไร จะขออธิบายดังนี้ครับ<br />
</span></strong><strong><br />
ช่องแรก Friendly Name</strong> คือ ชื่อที่เราต้องการใช้ครับ เอาไว้ให้จำได้ หรือ ให้เรียกง่ายๆ<br />
<strong>ช่องถัดมา Extension</strong> เป็นนามสกุลของไฟล์ .. ตอนแรกมันก็จะเป็น .*** ให้คุณเปลี่ยนเป็น .mp3 ครับ<br />
<strong>ในช่องที่อยู่ข้างๆกัน ที่เขียนว่า Keep Wave File</strong> ไม่ต้องติ๊กมันครับ ..<br />
<strong>ช่องถัดมา คือ Description</strong> เอาไว้ให้เขียนคำอธิบายของตัว export ตัวนี้ที่เรากำลังสร้างอยู่ครับ<br />
<strong>ช่องถัดมา คือ path</strong> ให้ใส่ ที่อยู่ของไฟล์ lame.exe ที่เราเก็บเอาไว้ครับ&#8230;<br />
<strong>ช่องสุดท้าย Command</strong> คือ ช่องสำคัญครับ เป็นลูกเล่นสำหรับการ export คุณสามารถเขียนตามที่เห็นในรูปได้เลย หรือคุณอาจจะแก้ไขเองก็ได้ โดยใช้รูปแบบดังนี้ครับ</p></blockquote>
<blockquote>
<div>
<div>lame &lt;option&gt; %I %O</div>
</div>
<p>สำหรับ ในส่วนของ &lt;option&gt; ดังกล่าวนั้น ท่านสามารถหาอ่านรายละเอียดได้จาก  http://lame.cvs.sourceforge.net/*checkout*/lame/lame/USAGE</p>
<p>เมื่อ เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กด save ครับ &#8230; จากนั้นก็ปิด Cakewalk External Audio Encoder ไปซะ .. เราพร้อมแล้วที่จะ export เป็น MP3 ครับ</p></blockquote>
<h4>3.00 กลับมาที่ Sonar แล้วก็ export เป็น MP3 กัน</h4>
<blockquote><p>เมื่อ คุณทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดโปรแกรม Cakewalk Sonar และเปิดไฟล์โปรเจคเพลงของคุณขึ้นมาครับ..  สมมติว่าคุณพร้อมแล้วที่จะ export ให้ไปทีเมนู File -&gt; Export -&gt; Audio กันได้เลยครับ คุณก็จะเจอกับหน้าต่างนี้ และคุณก็จะเห็นว่า ตัวเลือก Format สำหรับการ Export ของคุณ ได้เพิ่มขึ้นมาแล้ว อยู่ด้านล่างสุดของตัวเลือกนั้นให้คุณเลือกเลยครับ<br />
รูป<br />
จากนั้นคุณก็ตั้งค่า ต่างๆ ตามที่คุณต้องการ จากนั้นก็กด export ครับ.. แค่นี้ก็เสร็จแล้วล่ะคุณก็จะได้ไฟล์ .mp3 อย่างที่คุณต้องการ<br />
อ่อ ระวังนะครับ ตอน export ให้เลือก samplig rate เป็น 44100 และเลือก Bit Depth เป็น 16 นะครับ จะได้ export ผ่านฉลุย..</p></blockquote>
<hr size="2" />เอา ล่ะครับ คิดว่าแค่นี้ก็คงจะทำให้ทุกท่านสามารถจะ export ออกเป็น mp3 ด้วยโปรแกรม Cakewalk Sonar 7 ได้แล้วนะครับผม.. ผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์มาก (เลิกใช้คำว่า ไม่มากก็น้อยแล้วครับ 55) กับทุกๆคนนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-steps/50/sonar7-mp3-export/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลองใช้ Monitor JBL LSR 2325P</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-talk/40/jbl-lsr-2325p-review/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-talk/40/jbl-lsr-2325p-review/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jan 2010 03:44:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Talk : คุยไปเรื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[JBL LSR 2325P]]></category>
		<category><![CDATA[ProPlugin]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[JBL เป็นยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตลำโพงคุึณภาพสูงป้อนสู่ตลาดงานดนตรี สำหรับงานห้องอัดเสียงนั้น พวกเรามักจะัได้เห็นลำโพงของ JBL ในรูปแบบของลำโพงเกรดสูงแบบ Near field ที่มีราคาค่าตัวมากกว่า 6 หมื่นบาทขึ้นไป ไปจนถึงลำโพงแบบ far field ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องพูดกันถึงเรื่องราคาเลย, ค่อนข้างนานมากแล้วที่เราไม่ได้เห็น JBL ทำลำโพง Monitor แบบ Near field เพื่อจับกลุ่มตลาดโฮมสตูดิโอ หรือ โปรเจคสตูดิโอที่เลือกใช้เงินลงทุนต่ำสักนิด, JBL 2300 series เป็นคำตอบนั้นของ JBL เป็นลำโพงที่ JBL ผลิตออกมา เพื่อเติมเต็มตลาดระดับนี้&#8230; และสำหรับช่วงนี้เอง ที่ผมไม่มี Monitor ใช้ (เพราะเพิ่งขายออกไป) จึงอยากลองอยากรู้เหลือเกินว่าลำโพงตัวนี้ของ JBL จะทำได้ขนาดไหนกัน
JBL 23xx series
สำหรับลำโพงตระกูลนี้ ณ.ปัจจุบัน มีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ LSR 2325P เป็นลำโพงที่มีขนาด Driver 5 นิ้ว, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>JBL</strong> เป็นยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตลำโพงคุึณภาพสูงป้อนสู่ตลาดงานดนตรี สำหรับงานห้องอัดเสียงนั้น พวกเรามักจะัได้เห็นลำโพงของ <strong>JBL</strong> ในรูปแบบของลำโพงเกรดสูงแบบ <strong>Near field</strong> ที่มีราคาค่าตัวมากกว่า 6 หมื่นบาทขึ้นไป ไปจนถึงลำโพงแบบ far field ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องพูดกันถึงเรื่องราคาเลย, ค่อนข้างนานมากแล้วที่เราไม่ได้เห็น <strong>JBL</strong> ทำลำโพง Monitor แบบ <strong>Near field</strong> เพื่อจับกลุ่มตลาดโฮมสตูดิโอ หรือ โปรเจคสตูดิโอที่เลือกใช้เงินลงทุนต่ำสักนิด, <strong>JBL 2300 series</strong> เป็นคำตอบนั้นของ <strong>JBL</strong> เป็นลำโพงที่ <strong>JBL</strong> ผลิตออกมา เพื่อเติมเต็มตลาดระดับนี้&#8230; และสำหรับช่วงนี้เอง ที่ผมไม่มี Monitor ใช้ (เพราะเพิ่งขายออกไป) จึงอยากลองอยากรู้เหลือเกินว่าลำโพงตัวนี้ของ <strong>JBL</strong> จะทำได้ขนาดไหนกัน<span id="more-40"></span></p>
<h2><a href="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2010/01/jbl.jpg" rel="lightbox[40]"><img class="alignright size-medium wp-image-41" title="JBL 2300 series" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2010/01/jbl-300x221.jpg" alt="" width="300" height="221" /></a>JBL 23xx series</h2>
<p style="text-align: justify;">สำหรับลำโพงตระกูลนี้ ณ.ปัจจุบัน มีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ <strong>LSR 2325P</strong> เป็นลำโพงที่มีขนาด Driver 5 นิ้ว, <strong>LSR 2328P</strong> เป็นลำโพงที่มีขนาด Driver 8 นิ้ว, และ <strong>LSR 2310P</strong> เป็นลำโพง Sub-woofer driver ขนาด 10 นิ้ว, ทั้ง 3 รุ่นนี้เป็นแบบ Active ครับ</p>
<p style="text-align: justify;">การออกแบบของลำโพงตระกูลนี้ ดูเหมือนจะเน้นขนาดที่กระทัดรัดสักนิด จึงออกแบบให้กล่องลำโพง ใหญ่ พอดีๆ กับดอกลำโพง และเอาช่อง bass hole ไว้ด้านหลัง</p>
<p>การออกแบบทำได้สวยงามดูทันสมัยดีมาก ตัวกล่องลำโพง คาดว่าผลิตด้วยพลาสติกแบบ MDS ขึ้นรูป และมีการ finishing ผิวให้มีความรู้สึกเป็น Metallic สวยงาม, ไฟบอกสถานะการทำงานเป็นสีฟ้าสวยงาม, ถือว่า JBL ทำได้ดีมากๆสำหรับการออกแบบภายนอก ดูทันสมัย และทนทาน แต่อาจจะไม่ถูกใจคนที่รักลำโพงที่ให้ความรู้สึกขลัง คลาสสิค&#8230; เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องเสียงก้คนละเรื่องกันครับ</p>
<h2>JBL LSR 2325P ตัวเลือกสำหรับการทดสอบ</h2>
<p>ลำโพง <strong>JBL LSR 2325p</strong> ถูกเลือกมาทดสอบ สำหรับกรณีนี้ ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ เป็นลำโพงระดับ Near field ที่มีขนาดดอกลำโพงไม่ใหญ่นัก น่าจะเหมาะสมกับห้องทำงานที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก อย่างโฮมสตูดิโอ หรือ โปรเจคสตูดิโอ, และค่าตัวที่อยู่ในระดับที่สร้างตัวเลือกของลำโพงได้ง่ายขึ้น คือมีค่าตัวอยู่ในช่วง 15,000 &#8211; 25,000 บาท ที่มีตัวเลือกของลำโพงดีๆ ให้เลือกมากสักนิด &#8230; และผมก็เชื่อเหลือเกินว่า หลายๆคน มีลักษณะความต้องการพื้นฐานสำหรับลำโพง งาน และงบ แบบที่กล่าวมานี้เช่นกัน</p>
<p>ตัวจริง จะมีปุ่มกด บิด ปรับ อยู่ด้านหลังของตัวลำโพงทั้งหมด และก็เป็นไปตามที่ทุกๆ คนคาดหวังให้ลำโพงทั่วไปมีเช่นกัน, <strong>JBL</strong> ตัวนี้ มีช่อง Input แบบ XLR, TRS สำหรับสัญญาณแบบ balanced และ RCA สำหรับสัญญาณแบบ Unbalanced&#8230;</p>
<p>มีปุ่มหมุนปรับ Volume ด้านหลัง พร้อมทั้งมีปุ่มปรับ Hi-freq cut ที่ประมาณ 7kHz, และ low-freq cut ที่ประมาณ 120Hzด้วย ช่วยให้ลำโพงตัวนี้สะดวกในการปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้น (และอย่าลืมนะครับ ว่ามีเพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น ที่จะมี Hi-freq cut เอาไว้ด้วย : ปกติจะมีให้เห็นแค่ low cut เท่านั้น)</p>
<p>เรื่องไฟ ไม่มีปัญหา .. สามารถเลือกความต่างศักย์กระแสไฟที่จ่ายเข้าตัวลำโพงได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟแบบ 110V สำหรับต่างประเทศ หรือไฟแบบ 220V สำหรับบ้านเรา</p>
<p><a href="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2010/01/jbl-lsr2325p-460-80.jpg" rel="lightbox[40]"><img class="aligncenter size-full wp-image-42" title="JBL LSP 2325P" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2010/01/jbl-lsr2325p-460-80.jpg" alt="" width="460" height="345" /></a></p>
<h3>SPECIFICATION</h3>
<ul>
<li>Dimension (มม.) : สูง x กว้าง x ลึก = 303 x 187 x 258</li>
<li>Description: <strong><span style="color: #800000;">60Hz &#8211; 18kHz Frequency response, 45Hz at 10dB Low Frequency extension</span></strong></li>
<li>Features: Two-way bass-reflex design. 5 inch woofer, 1 inch tweeter</li>
<li>Amplification (Watts): 55</li>
<li>Audio Inputs: Balanced XLR, 1/4&#8243; TRS, RCA</li>
<li>Crossover Frequency (kHz): 1.7</li>
<li>Frequency Response (kHz): 18</li>
<li>HF Driver: 1&#8243; (25 mm) 231H</li>
<li>LF Driver: 5&#8243; (132 mm) 235G</li>
<li>Type of Monitor: Active</li>
</ul>
<h2>ทดลองใช้งานจริง</h2>
<p>การทดสอบ Image ของเสียง, ผมใช้ track ที่เป็นเสียงคนเคาะ cowbell เดินเคาะไปทั่วเวที concert hall, สร้างความประทับใจในเรื่องการถ่ายทอด Image ของเสียงได้ดีมากเลย, ลำโพงสามารถถ่ายทอดและระบุตำแหน่งของผู้เคาะบนเวทีได้อย่างสบาย, จนเกือบคิดว่า มัน Wet เกินไปด้วยซ้ำ (ทั้งๆ ที่จริงๆแล้ว เสียงที่บันทึก เน้นเก็บเสียง Ambient เป็นหลัก), ถือว่าลำโพงตัวนี้ เก็บรายละเอียดได้ดีเลยทีเดียว</p>
<p>การทดสอบฟังดนตรีทั้งเพลงแนว rock, pop, acoustic, classical, jazz, live concert, พบว่าลำโพงรุ่นนี้ ถ่ายทอดเสียงออกมาได้ค่อนข้างเคลียร์ ใส ให้รายละเอียดที่ชัดเจน เก็บรายละเอียดเสียงได้ดีมาก ค่อนข้างมีความโดดเด่นมากในความถี่กลางๆ ช่วงเสียงพูด (ประมาณ 400Hz ขึ้นไป) จนไปถึงความถี่สูงเลยทีเดียว, ถือว่าสำหรับย่านความถี่ช่วงนี้ JBL ทำได้ดีเลยไม่มีปัญหา</p>
<p>สำหรับย่านความถี่ต่ำ ซึ่งผมก็คาดเอาไว้ และเตรียมใจไว้นิดๆอยู่แล้ว ว่าลำโพงดอกเล็กขนาดนี้ อาจจะไม่สามารถถ่ายทอดย่านเบสออกมาได้อย่างชัดเจนนัก (โดยเฉพาะถ้าจะคิดเทียบกับลำโพงดอกใหญ่อย่าง 8 นิ้ว), ถึงแม้ในการถ่ายทอดเสียงย่านความถี่ต่ำนั้น ลำโพงตัวนี้ทำได้ดีเกินความคาดหมาย คือมีเสียงย่านความถี่ต่ำออกมาให้ได้ยินค่อนข้างมาก .. แต่ความชัดเจนของเสียงในย่านความถี่ต่ำ จะไม่ดีมากนัก เสียงค่อนข้าง smooth เกินไป (บางคนใช้คำอธิบายว่า เสียงมนๆ ) จับรายละเอียดของเสียงได้ยาก, ตัวนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับมี bass boost นิดหน่อย ถ้าหากใช้ในการ mix รวมกันทั้งเพลง อาจจะลำบากสักหน่อยที่จะจัดการรายละเอียดย่านความถี่ต่ำ นอกเสียจากเลือกจัดการทีละเสียงก่อน แล้วเอามารวมกัน, ถึงแม้จะมี low cut ที่จะช่วยตัดเสียงย่านเบสออกไปได้บางส่วน แต่กระนั้น ก็อาจจะไม่ดีพอสำหรับการทำงานบางประเภท</p>
<p>เรื่องความถี่ต่ำนี้ ควรที่จะต้องยอมรับเอาไว้อยู่แล้ว สำหรับลำโพงที่มีดอกขนาดเล็ก มีพื้นที่ตู้ลำโพงไม่ใหญ่มาก และมีราคาอยู่ในระดับนี้ &#8230; แต่บางคนก็อาจจะอดใจหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดี</p>
<p>ในการทดสอบนี้ ผมได้เปรียบเทียบกับลำโพงตัวอื่นๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น Spec หรือช่วงราคา, ทั้งยี่ห้อ Samson, Mackie, Tascam, KRK, แน่นอนว่าพบความแตกต่างในเรื่องเสียงอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก, ลักษณะของเนื้อเสียงที่ถ่ายทอดออกมาจากลำโพงแต่ละตัวแต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร, แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่า JBL จะเป็นลำโพงที่ถ่ายทอดเสียงออกมาได้ดีในระดับต้นๆ ของกลุ่มลำโพงระดับเดียวกันนี้ ทั้งเรื่องของ Image, ความชัดเจนของเสียงในแต่ละย่านความถี่ (นอกจากความถี่ต่ำ)</p>
<h2>บทสรุปของผมเอง..</h2>
<p>ลำโพงออกแบบได้สวยงาม ใช้วัสดุค่อนข้างให้ความรู้สึกของความทนทานได้ดี แต่การออกแบบที่ค่อนข้างทันสมัยมากเกินไปนิดอาจจะไม่ถูกใจบางคน, มีช่องสำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณเข้า ครบถ้วนทุกแบบที่ลำโพงควรจะมี, ลำโพงตัวนี้ถ่ายทอดเสียงออกมาได้ชัดเจน เก็บรายละเอียดของเสียงได้ดี ให้ Image ของเสียงได้ดีและชัดเจนมาก อาจจะให้ความรู้สึก Wet ไปบ้าง หากจัดวางลำโพงไม่ดีนัก, ย่านความถี่ต่ำอาจจะถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดี ตามลักษณะของลำโพงขนาดเล็ก ตัวนี้รู้สึกเหมือนมีเนินเสียงย่านความถี่ต่ำกระโดดขึ้นมานิดหน่อย ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับสำหรับบางกรณี แต่ JBL ตัวนี้ ก็ยังมีสวิชท์ low-cut เอาไว้ปรับแก้ปัญหานี้ ซึ่งจะสามารถช่วยได้เล็กน้อย</p>
<p>อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มเติมมาที่ลำโพงตัวอื่นไม่มี คือ Hi-pass filter ที่ประมาณ 7kHz เป็นจุดเด่นที่ช่วยให้สามารถปรับแต่งเสียงให้แก่ลำโพงตัวนี้ได้อีก</p>
<p>ลำโพงดอกเล็ก ตู้ลำโพงขนาดเล็ก ถูกออกแบบมาเพื่อห้องที่มีขนาดเล็กด้วย ก็คงจะต้องยอมรับว่า มันเป็นข้อจำกัดที่จะต้องเจอ.. แต่ผมก็ไม่แปลกใจนักที่จะสรุปว่า ในช่วงราคานี้ ลำโพงที่อยู่ในเกรดประมาณนี้ และ spec ที่ใกล้เคียงกันนี้, JBL สามารถยืนอยู่ในแถวหน้าได้สบาย</p>
<h2>คำขอบคุณ</h2>
<p>การ review นี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากร้าน <a href="http://www.proplugin.com" target="_blank">ProPlugin.com</a> ที่อยู่ที่ลาดพร้าว, ขอบคุณพี่ๆที่ร้าน ที่ช่วยเตรียมลำโพงที่ผมอยากทดลองเอาไว้ให้เรียบร้อย รวมไปถึงการเตรียมลำโพงตัวอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ รุ่นอื่นๆ เอาไว้ให้ทดสอบอีกด้วย, ขอขบคุณจริงๆ สำหรับบริการที่สร้างความประทับใจทุกครับที่เข้าไปเยี่ยมเยียนครับ</p>
<h3>ตัวเลือกเพิ่มเติมในระดับใกล้เคียงกัน</h3>
<p>ถ้าหาก <strong>JBL</strong> ตัวนี้ไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องเสียงที่คุณต้องการได้, คุณยังมีตัวเลือกอื่นที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ <strong>Samson Rubicon</strong> ทั้ง 5 นิ้ว 6 นิ้ว และ 8 นิ้ว, <strong>KRK Rokit</strong> 5 หรือ 6, <strong>M-audio BX</strong> ทั้ง 5 นิ้ว และ 8 นิ้ว, <strong>Yamaha HS</strong>50M, <strong>Alesis M1</strong> a &#8230; และอีกมาก&#8230;</p>
<p>ตัวเลือกยังเยอะเกินไปใช่มั๊ยครับ .. ผมแนะนำได้เลย ว่าให้เดินเข้าไปที่ร้าน <a href="http://www.proplugin.com" target="_blank">ProPlugin.com</a> ที่ลาดพร้าว คุณจะได้พบกับกำแพงลำโพงมอนิเตอร์ สาระพัดรุ่น ยี่ห้อ ให้คุณได้ทดลองเสียง ทดลองใช้ ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อสักตัว จนคุณพอใจเลยล่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-talk/40/jbl-lsr-2325p-review/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แกะกล่อง Audio-Technica AT2020</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-talk/32/review-audio-technica-at2020/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-talk/32/review-audio-technica-at2020/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2009 01:50:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Talk : คุยไปเรื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[AT2020]]></category>
		<category><![CDATA[audio-technica]]></category>
		<category><![CDATA[Microphone]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[เนื่อง จากผู้เขียนได้รับงานบันทึกเสียงการร้องเพลงประสานเสียงของโรงเรียนแห่ง หนึ่ง ผู้เขียนจึงถือโอกาสควักกระเป๋าซื้อไมโครโฟนคอนเดนเซอร์รุ่นเล็กที่สุดของ ยี่ห้อ Audio-Technica มา 2 ตัว สำหรับบันทึกงานแบบ Stereo และก็ถือโอกาสนี้ ได้ review เกี่ยวกับไมโครโฟนตัวนี้ให้ผู้อ่านได้รู้จักกัน

Audio-Technica AT2020 นี้ออกสู่ตลาดราวปี 2548-2549 มันไม่ใช่ไมโครโฟนรุ่นถึกที่น่าอาย (ไม่มีการตกแต่งให้สวยงามหรูหราเอาซะเลย) มันมาพร้อมกับ Standmount (หรือจะเรียกว่าที่ยึดไมค์กับ ขาตั้ง) และก็มาพร้อมกับซองหนังมีซิบปิดบุกันกระแทกอย่างดี,  Polar Pattern ของไมค์รุ่นนีเป็นแบบ fixed cardioid นั่นหมายความว่า ค่อนข้างจะเหมาะสมกับการบันทึกเสียงร้อง เสียงพูดเสียงเครื่องดนตรี และบรรยากาสทั่วๆ ไป .. [อ่านต่อ..]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>Audio-Technica AT2020 ไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์ จาก Audio-Technica</h4>
<p>เนื่อง จากผู้เขียนได้รับงานบันทึกเสียงการร้องเพลงประสานเสียงของโรงเรียนแห่ง หนึ่ง ผู้เขียนจึงถือโอกาสควักกระเป๋าซื้อไมโครโฟนคอนเดนเซอร์รุ่นเล็กที่สุดของ ยี่ห้อ Audio-Technica มา 2 ตัว สำหรับบันทึกงานแบบ Stereo และก็ถือโอกาสนี้ ได้ review เกี่ยวกับไมโครโฟนตัวนี้ให้ผู้อ่านได้รู้จักกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="size-full wp-image-33 alignright" title="audio-technica-at2020" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/12/audio-technica-at2020.jpg" alt="audio-technica-at2020" width="260" height="385" />Audio-Technica AT2020 นี้ออกสู่ตลาดราวปี 2548-2549 มันไม่ใช่ไมโครโฟนรุ่นถึกที่น่าอาย (ไม่มีการตกแต่งให้สวยงามหรูหราเอาซะเลย) มันมาพร้อมกับ Standmount (หรือจะเรียกว่าที่ยึดไมค์กับ ขาตั้ง) และก็มาพร้อมกับซองหนังมีซิบปิดบุกันกระแทกอย่างดี,  Polar Pattern ของไมค์รุ่นนีเป็นแบบ fixed cardioid นั่นหมายความว่า ค่อนข้างจะเหมาะสมกับการบันทึกเสียงร้อง เสียงพูดเสียงเครื่องดนตรี และบรรยากาสทั่วๆ ไป ไม่ใช่การบันทึกเสียงในแบบรอบทิศทาง, ตัวไมค์ ไม่มีสวิชท์ pad หรือ filter แต่อย่างใด .. ถึกดีจริงๆ (ชอบใจเป็นการส่วนตัว), ขนาดของไมค์อาจจะดูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับไมค์โครโฟนรุ่นเล็กของยี่ห้อ อื่นๆ, ภายในเป็นแคปซูลรับเสียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร ซึ่งมันก็เล็กกว่าทั่วๆไป ซึ่งเป็นขนาด 25 มิลลิเมตร อยู่เล็กน้อย แต่นี่ก็เป็นจุดที่ทำให้ เราสามารถเป็นเจ้าของไมค์คุณภาพระดับนี้ ได้ในราคาต่ำไม่ใช่หรือ และอีกอย่างมันดูแลง่ายกว่าด้วยซ้ำไป, ถ้าคุณคิดว่าขนาดของ แคปซูล หรือ ไดอะแพรมรับเสียงที่เล็กกว่ามาตรฐานนี้ จะรับเสียงได้บาง หรือไม่เที่ยงตรง คุณกำลังคิดผิด, เจ้าตัวนี้สามารถตอบสนองช่วงความถี่ได้เต็มช่วงที่ 20Hz-20,000Hz เลยทีเดียว ซึ่งถ้าดู frequency respond curve แล้ว ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เจ้าไมค์ตัวนี้ตอบสนองความถี่ได้ค่อนข้างเที่ยงตรงอย่างมาก จะมีช่วงประมาณ 70Hz ที่กราฟจะตกลงไปนิดหน่อย และที่ 5-15 kHz จะสูงขึ้นไปนิดหน่อย แต่ไม่ถึง 2dB ครับ&#8230; curve ของมันเป็นเส้นตรงกว่า SM58</p>
<p style="text-align: justify;">ตัวกรอบไมค์ แบบว่า โคตรถึก ด้วยน้ำหนักประมาณ 12.1 ออนซ์ หรือประมาณ 340 กรัม เป็นน้ำหนักที่ค่อนข้างมากพอควร เมื่อเทียบกับขนาดตัวไมค์ คำว่าถึกที่ผมใช้อธิบายไว้ตอนต้นเพราะว่าตัวกรอบไมค์ นั้นทำมาจากโลหะหล่อ ค่อนข้างหนา และแข็งแรงมาก และก็ยังจัดการแยกส่วนของวงจรอิเลคทรอนิค สายไฟต่างๆ ภายใน ออกจากส่วนของไดอะแพรมรับเสียงโดยสิ้นเชิง พื้นที่ที่ใส่ไดอะแพรมรับเสียงนั้น กว้างมาก และทำให้มั่นใจได้ว่า ขนาดของไมค์ ไม่มีผลต่อการรับเสียงแน่นอน (ทำให้ผมนึกไปถึงไมโครโฟนคอนเดนเซอร์เล็กๆ ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ หรือ SM58 ที่จะให้เสียงค่อนข้างอู้ๆ ทุ้มๆ เล็กน้อย) ส่วนบนมีตะแกรงโดยรอบ ทำหน้าที่เป็น pop-filter แต่คุณก็ควรจะหาซื้อ pop-filter แบบสะดึงขึงด้วยถุงน่องมาใช้เพิ่มเติมด้วยเมื่อคุณต้องบันทึกเสียงร้อง, สำหรับ SPL มากที่สุดของไมค์ตัวนี้ คือ 144dBSPL ที่ 1kHz สำหรับ 1% THD ซึ่งหมายถึงว่า คุณไม่ต้องกังวลกับการนำไปใช้บันทึกเสียงที่ดังมากๆ เช่นการจ่อที่ลำโพงแบบฮอร์นใกล้ๆ, สำหรับเจ้าตัวนี้ ก็เหมือนกับไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์ทั่วไป คือ ต้องการไฟเลี้ยง ขนาด 48V และมันก็ไม่มีทางหาถ่านไฟฉายมาใส่ได้ด้วย</p>
<h4>ทดลองบันทึกเสียง</h4>
<p>สำหรับการทดลองใช้ในสตูดิโอ SonarBoy ไมโครโฟนตัวนี้สามารถให้คุณภาพเสียงที่อิ่ม ได้น้ำได้เนื้อ มีคุณภาพที่เชื่อถือได้</p>
<p align="justify">สำหรับ การบันทึกทั้งเสียงร้อง และเครื่องดนตรี, ในการใช้เป็นไมค์บันทึกเสียงร้อง มันแสดงให้เห็นว่าในช่วงความถี่ ต่ำ-กลาง ให้เสียงที่ค่อนข้างอุ่น และราบเรียบสำหรับเสียงนักร้องส่วนใหญ่, สำหรับช่วงความถี่สูงๆ ประมาณ 8kHz ผู้เขียนสังเกตเห็นว่า ไมค็ตัวนี้ค่อนข้างจะไวต่อเสียงความถี่ช่วงนี้มาก และจะให้ความรู้สึกของ &#8220;air&#8221; เพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งมันสร้างความเป็นธรรมชาติให้กับเพลงของคุณได้ ซึ่งไม่เหมือนกับไมโครโฟนทั่วไปที่ต้องระวังเรื่องนี้ เนื่องจากว่าเสียง air แบบนี้ มันก่อให้เกิด noise ได้มากกว่าที่จะสร้างความรู้สึกของดนตรีสด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เขียนมักจะต้องใช้ plugin ช่วยเพิ่มเสียงแบบ airy นี้เข้าไปทีหลัง) แต่เจ้าตัวนี้ช่วยได้มากจริงๆ.. โดยมันไม่ได้สร้างเสียงรบกวนอันน่ารำคาญใจให้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเจ้าตัวนี้ไม่ได้ปรุงแต่งเสียงต้นฉบับมากนัก ไมโครโฟนตัวเลย เลยเหมาะสมอย่างมากสำหรับการใช้บันทึกเสียงนักร้องมากหน้าหลายตา ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของการถ่ายทอดเสียงจากไมค์ตัวนี้ กับลักษณะเสียงร้องของนักร้องมากมาย, ถึงแม้กระนั้นก็ตาสำหรับช่วงความถี่สูงๆ มากๆ ตั้งแต่ 8kHz ขึ้นไป ผู้เขียนสังเกตได้ชัดเจนว่า มี noise เกิดขึ้นเล็กน้อย ซึ่งไม่น่าพิศมัยมากนักเมื่อเทียบกับไมโครโฟนคุณภาพสูงส่วนใหญ่ที่มีอยู่ใน ท้องตลาด แต่สำหรับกรณีที่ใช้ไมโครโฟนตัวนี้บันทึกเสียงโดยการวางไมค์ในระยะที่ใกล้ กับแหล่งกำเนิดเสียงนั้น &#8230; noise เหล่านี้ ไม่เป็นปัญหาต่อการบันทึกเสียงแบบนี้แต่อย่างใด, และโดยส่วนตัวเอง ผู้เขียนก็ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่าไมโครโฟนแบบนี้จะถูกเลือกใช้สำหรับการบันทึก เสียงวงออเคสตร้า ในแบบที่ต้องวางไมโครโฟนห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงในระยะหลายๆเมตร ซึ่งถ้าแหล่งกำเนิดเสียงดังมากพอ ก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้คุณมากมายแต่อย่างใด</p>
<p align="justify">ทดลอง บันทึกเสียงกีตาร์อะคูสติก, ไมโครโฟนตัวนี้ให้เสียงที่มีความสมดุลในทันทีทันใด เป็นไมค์ที่ทำงานได้ง่ายมาก สามารถมองหามุมสำหรับการวางไมค์ที่ทำให้ได้เสียงกีตาร์ที่นุ่มหูได้อย่าง สบาย, เสียงที่ได้จากไมโครโฟนตัวนี้ค่อนข้างลึกและเคลียร์ โดยปราศจากเสียงแคร่กๆ ก๊องๆ ซึ่งอาจจะได้ยินจากการใช้ไมโครโฟนบางตัว, สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับไมโครโฟนตัวนี้ คือการปิดกั้นเสียงที่เข้ามาจากมุมอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่นเสียงจากด้านหลังไมค์ ซึ่งสร้างความประทับใจให้ผู้เขียนได้มาก เนื่องจากคอมพิวเตอร์ของผู้เขียนมีพัดลมที่สร้างเสียงดังกังวาลมาก ถึงขนาดที่ต้องเอาผ้านวมหนาๆ มาคลุมตัวเครื่องไว้ในกรณีที่ต้องอัดเสียงเลยทีเดียว แต่ด้วยไมค์ตัวนี้ ผู้เขียนพบว่าแม้จะเปิดโล่งให้เสียงเครื่องคอมพิวเตอร์ดังหึ่งๆ ตลอดเวลา ก็ไม่มีเสียงเข้าไปรบกวนแต่อย่างใด</p>
<h4>ราคาค่าตัว ?</h4>
<p>Audio-Technica ได้วางเอาไว้ว่าไมโครโฟนใน ซีรี่ย์ 20 เป็นไมโครโฟนที่ใช้ในงานบันทึกเสียงคุณภาพสูงในแบบทั่วไป โดยเป็นไมโครโฟนที่จะลดคุณสมบัติลง เพื่อให้สามารถทำราคาแข่งขันกับไมโครโฟนระดับผู้ใช้งานทั่วไป และผู้เริ่มต้นจากผู้ผลิตรายอื่นได้ .. โดยราคาตั้งที่ต่างประเทศอยู่ที่ 169 US Dolla หรือ ประมาณ 5,000-6,000 บาท ในขณะนี้ ซึ่งราคาขายปกติที่ลดราคาแล้ว สามารถหาได้ที่ราคา 4,000-4,800 บาท ถ้ารวมค่าส่งมาเมืองไทย ก็น่าจะทำให้ราคาเท่ากับ 5 พันกว่าบาท พอดี..</p>
<p align="justify">สำหรับ ราคาระดับนี้แล้ว นั่นหมายถึง เจ้าไมโครโฟนรุ่น AT-2020 นี้ ในตลาดโลก จะต้องแข่งกับไมโครโฟนราคาประหยัดอย่าง AKG Perception 100, AKG Perception 120, Behringer B1, Samson C03 หรือ Studio Project B1 &#8230; ซึ่งเมื่อเทียบกันอย่างนี้แล้ว ด้วยชื่อเสียงของยี่ห้อ Audio-Technica นี้ คุณภาพย่อมเป็นที่ยอมรับได้มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาแน่นอน</p>
<h4>บทสรุป</h4>
<p align="justify">สำหรับการใช้งานบันทึก เสียงทั่วไป .. ไมโครโฟนจาก Audio-Technica รุ่น AT2020 ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนในเรื่องของคุณภาพเสียง การตอบสนองช่วงความถี่ที่กว้างมาก ความเที่ยงตรงของเสียงที่อยู่ในระดับดีมาก เสียงที่อุ่นหนาในย่านความถี่ที่เหมาะสม ให้คุณภาพเสียงดีในระดับที่สมดุลสำหรับทั้งการบันทึกเสียงร้อง และเสียงกีตาร์อะคูสติก มันอาจจะดูน่าสงสารอยู่นิดหน่อย ที่ไม่แถม shock-mountแต่ผู้เขียนก็สามารถเข้าใจได้ว่า สำหรับ Audio-technica แล้วการทำให้สินค้าคุณภาพระดับนี้ มีราคาต่ำได้นั้น จำเป็นต้องทำแบบนี้ และ standmount ที่แถมมาให้ ก็ทำงานได้ดีอย่างไม่มีข้อสงสัย</p>
<p align="justify">มัน จัดเป็นไมโครโฟนที่คุ้มค่ามาก ด้วยการออกแบบวัสดุที่แข็งแรง คุณภาพเสียงดี และความน่าเชื่อถือในยี่ห้อ ซึ่งยี่ห้อ Audio-Technica นี้ มีความน่าเชื่อถือได้ในระดับเดียวกับ Shure หรือ Sennheiser (อย่าเอาไปเทียบกับ Behringer หรือ Samson เลย มันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว) คุณตัดสินใจเลือกใช้สินค้ายี่ห้อนี้ได้สบาย , และสุดท้าย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกันกับไมโครโฟนคุณภาพสูง ระดับไฮโซ ของ Audio-Technica เป็นที่แน่นอนว่า ผู้เขียน ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับคุณภาพเสียงของไมโครโฟนตัวนี้ และในการใช้งานบางกรณีแล้ว เจ้าตัวนี้สามารถให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า หรือเทียบเคียงกับไมโครโฟนที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว</p>
<p>ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ที่กล่าวมาเหล่านี้ ไมโครโฟนตัวนี้กลายเป็น Best Seller ในร้านค้าต่างประเทศได้โดยไม่มีข้อต้องสงสัย</p>
<blockquote><p><span>ขอขอบคุณ คุณณรงชัย โภคา สำหรับความรู้เกี่ยวกับสินค้าไมโครโฟนยี่ห้อต่างๆ,<br />
ขอขอบคุณผู้ที่ไม่ประสงค์จะเอ่ยนาม ที่ช่วยหิ้วสินค้ามาให้จากต่างประเทศ </span></p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-talk/32/review-audio-technica-at2020/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Addictive Drum ตอนที่ 2 (ลงโปรแกรม)</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-steps/13/addictive-drum-2/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-steps/13/addictive-drum-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 14:35:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Steps : การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[Addictive Drum]]></category>
		<category><![CDATA[XLN Audio]]></category>
		<category><![CDATA[กลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[ตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรม Addictive Drum ด้วยสาเหตุที่ว่า เล็ก ความสามารถสูง ปรับนู่น ปรับนี่ ได้เยอะ คุณภาพเสียงดี มีตัวเสริมไม่เยอะ ไม่ต้องรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลงตัวเสริมตัวอื่น ไม่กินแรม ไม่กินพื้นที่ ดีทั้งนั้นแหละ แต่ว่าเอาไปโชว์คนอื่นไม่ได้ เพราะไม่ใหญ่ไม่ไฮโซ เดี๋ยวภาพพจน์จะไม่ดี แต่ไม่เป็นไรผมใช้คนเดียวไม่สนใจเสียงใคร.. ก็ตัดสินใจลง Addictive Drum เพื่อใช้กับ SONAR 7 ล่ะคร๊าบ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรม Addictive Drum ด้วยสาเหตุที่ว่า เล็ก ความสามารถสูง ปรับนู่น ปรับนี่ ได้เยอะ คุณภาพเสียงดี มีตัวเสริมไม่เยอะ ไม่ต้องรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลงตัวเสริมตัวอื่น ไม่กินแรม ไม่กินพื้นที่ ดีทั้งนั้นแหละ แต่ว่าเอาไปโชว์คนอื่นไม่ได้ เพราะไม่ใหญ่ไม่ไฮโซ เดี๋ยวภาพพจน์จะไม่ดี แต่ไม่เป็นไรผมใช้คนเดียวไม่สนใจเสียงใคร.. ก็ตัดสินใจลง Addictive Drum เพื่อใช้กับ SONAR 7 ล่ะคร๊าบ..<span id="more-13"></span></p>
<p>เมื่อคุณได้แผ่นโปรแกรมมาแล้ว สำหรับตัว Addictive Drum ตัวแรกจะเห็นว่ามีไฟล์ และ folder ต่างๆ ดังรูปข้างล่าง.. ให้คุณ Click เรียกไฟล์ &#8220;<span style="text-decoration: underline;">Install Addictive Drums Windows.exe</span>&#8221; เปิดขึ้นมาเพื่อเริ่มต้นลงโปรแกรมครับ..</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-15" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-002.png" alt="xln-additivedrum-002" width="506" height="77" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-16" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-003.png" alt="xln-additivedrum-003" width="556" height="358" /></p>
<p>หลังจากนั้นก็จะเจอหน้าต่างมากมายซึ่งคุณเพียงแค่กด Next ไปเรื่อยๆ.. จนมาถึงหน้าต่างที่ถามว่า คุณจะติดตั้งโปรแกรมเอาไว้ที่ไหน ดังรูปข้างล่างนี้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-17" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-004.png" alt="xln-additivedrum-004" width="556" height="358" /></p>
<p>ในกรณีนี้ คือการเลือกว่า คุณจะเอาไฟล์โปรแกรมกลองที่มีขนาดประมาณ 1.8 Gb ไปเก็บไว้ที่ไหน ถ้าใครมีพื้นที่เหลือมากมาย และไม่ชอบเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากนัก ก็ปล่อยให้เป็น C:\&#8230;. อย่างที่โปรแกรมตั้งเอาไว้ให้อยู่แล้ว ก็ได้ครับ.. ในกรณีของผม ผมย้ายไปที่ G:\ เนื่องจากว่าพื้นที่ใน Harddisk ของผมเหลือไม่มากครับ&#8230;</p>
<p>ถัด ไปจากนี้ ก็จะถามว่า จะลง plugin ในแบบไหน VST หรือ RTAS ก็เลือกเฉพาะ VST ครับ เพราะว่า RTAS เป็น plugin สำหรับโปรแกรม Protool ซึ่งเฉพาะคนที่ใช้โปรแกรม Protool เท่านั้นนะครับ..</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-18" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-005.png" alt="xln-additivedrum-005" width="556" height="358" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-19" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-006.png" alt="XLN Addictive Drum" width="390" height="308" /></p>
<p>กด Next ต่อไปอีกหน่อย ก็จะถามว่า จะเอาไฟล์ plugin ที่เป็น VST ไว้ที่ไหนในเครื่องครับ.. สำหรับผมก็เปลี่ยนที่อีกเหมือนกัน อย่างที่เห็นในรูปก็คือ <span style="text-decoration: underline;">c:\audio\vst\instruments\Drum</span> ครับ ขั้นตอนนี้ก็เป็นขั้นสุดท้ายในส่วนของการลงโปรแกรมแล้วล่ะครับ.. กด OK กด Next ไปเรื่อยๆ โปรแกรมก็จะก๊อปปี้ไฟล์ เข้าไปในเครื่องของคุณเองครับ  จะรอ หรือไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวก็เสร็จ..</p>
<h3>ให้ SONAR เรียกหา Addictive Drum</h3>
<p>สำหรับคนที่ทำให้โปรแกรม SONAR มองหา VST เป็นแล้ว ข้ามตอนนี้ไปได้เลยครับ.. ถ้ายังไม่เคยทำ อ่านต่อนะครับ&#8230;</p>
<p>ให้ เปิดโปรแกรม Cakewalk SONAR ขึ้นมาครับ.. ในตัวอย่างนี้เราจะใช้โปรแกรม Cakewalk SONAR เวอร์ชั่น 7 กัน.. เมื่อเปิดขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่เมนู  Tools-&gt;Cakewalk Plug-in Manager เพื่อเปิด ตัวจัดการ plugin ของ SONAR7 ขึ้นมาครับ..ด้านล่างคุณจะเห็นว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ VST Plugin (ดูรูปประกอบ)</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-20" title="xln-additivedrum-007" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-007.png" alt="xln-additivedrum-007" width="366" height="198" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-21" title="xln-additivedrum-008" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-008.png" alt="xln-additivedrum-008" width="533" height="476" /></p>
<p>กดที่คำว่า <strong>Options</strong> เพื่อเข้าสู่หน้าต่างของ Cakewalk VST Scan Paths, แล้วให้กด Add เพื่อเพิ่ม Folderที่เก็บไฟล์ของ Additive Drum ครับ&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-22" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-009.png" alt="xln-additivedrum-009" width="396" height="334" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-23" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-010.png" alt="XLN Addictive Drum" width="427" height="377" /></p>
<p>จำได้มั๊ยครับ ว่าหน้าที่แล้ว ผมเลือกเอาไว้ว่าจะเก็บ VST Plugin เอาไว้ที่ <span style="text-decoration: underline;">c:\audio\vst\instruments\Drum</span> ดังนั้น ในลำดับนี้ผมจะให้โปรแกรม ไปเรียกหา Addictive drum ที่ <span style="text-decoration: underline;">c:\audio\vst\instruments\</span> ผมไม่เลือกลึกไปกว่านี้เพราะว่าโปรแกรมมันจะมองหาไฟล์ใน sub-folder ให้เองครับ..</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-24" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-011.png" alt="XLN Addictive Drum" width="378" height="309" /></p>
<p>เมื่อพร้อมแล้วก็กด OK และ ก็ OK อีกรอบ เพื่อปิดหน้าต่าง Cakewalk VST Scan Paths ได้เลยครับ..มันจะกลับมายังหน้า Cakewalk Plug-in Manager อีกครั้ง ให้คุณกดไปที่ Scan VST Plug-ins แล้ว Sonar จะมองหาโปรแกรมใหม่ทั้งหมดที่มีอยู่ใน VST Folder ที่เราเลือกเอาไว้ครับ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วในหน้าต่างก็จะแสดงชื่อของ Additive Drum ให้เห็นกัน.</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-25" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-012.png" alt="XLN Addictive Drum" width="386" height="170" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-26" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-013.png" alt="XLN Addictive Drum" width="531" height="506" /></p>
<p>มีรายการโปรแกรมเข้ามาแล้ว แสดงว่าคุณสามารถลงโปรแกรม และทำให้ SONAR รู้จักกับ Addictive Drum ได้เรียบร้อยโรงเรียน SonarBoy แล้วครับ, คุณกดปุ่ม close ปิดหน้าต่างไปได้เลย แล้วเรามาลองดูกัน ว่ามันเข้าไปอยู่ใน SONAR และพร้อมใช้งานแล้วรึยัง..</p>
<p>ให้คุณเปิด โปรเจคใหม่ขึ้นมา แล้วไปที่เมนู Insert -&gt; Soft Synths -&gt; และจะเห็นว่า มีชื่อ Addictive Drums เข้ามาอยู่ในรายการแล้ว.</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-14" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-014.png" alt="XLN Addictive Drum" width="468" height="536" /></p>
<p>เอาล่ะครับ ตอนนี้เราก็พร้อมแล้ว ที่จะเอาโปรแกรม Addictive Drums ไปใช้กันแล้วล่ะครับ&#8230; เอ้อ จะว่าไป ลง Addictive Drum เอาไว้ใช้กับ SONAR 8.3.1 ที่อยู่ในเครื่องคอมฯ อีกเครื่องดีกว่า&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-steps/13/addictive-drum-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Addictive Drum ตอนที่ 1 (พูดคุย)</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-steps/6/addictive-drum-1/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-steps/6/addictive-drum-1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 02:27:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Steps : การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[Addictive Drum]]></category>
		<category><![CDATA[XLN Audio]]></category>
		<category><![CDATA[กลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งที่เว็บยังตัวโตกว่านี้ เคยเขียนเกี่ยวกับโปรแกรม Addictive Drum ไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นโปรแกรม Addictive Drum จะมีอยู่แค่ 2 ชุด คือ ตัวแม่ ที่ชื่อว่า Addictive Drum นี่แหละ และอีกชุดหนึ่งที่มีชื่อว่า Retro Pack, แต่ตอนนี้มีชุดใหม่เพิ่มเติมออกมาแล้วด้วยกัน 2 ชุด คือ Modern Jazz Brush และชุด Modern Jazz Stick ที่เอาไว้สำหรับตอบโจทย์ของกลุ่มชื่นชอบเสียงกลองนุ่มๆ โดยเฉพาะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-7" title="XLN Addictive Drum" src="http://sonarboy.com/wp-content/uploads/2009/09/xln-additivedrum-001.jpg" alt="XLN Addictive Drum" width="272" height="272" />ครั้งที่เว็บยังตัวโตกว่านี้ เคยเขียนเกี่ยวกับโปรแกรม <strong>Addictive Drum</strong> ไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นโปรแกรม <strong>Addictive Drum</strong> จะมีอยู่แค่ 2 ชุด คือ ตัวแม่ ที่ชื่อว่า <strong>Addictive Drum</strong> นี่แหละ และอีกชุดหนึ่งที่มีชื่อว่า <strong>Retro Pack</strong>, แต่ตอนนี้มีชุดใหม่เพิ่มเติมออกมาแล้วด้วยกัน 2 ชุด คือ <strong>Modern Jazz Brush</strong> และชุด <strong>Modern Jazz Stick</strong> ที่เอาไว้สำหรับตอบโจทย์ของกลุ่มชื่นชอบเสียงกลองนุ่มๆ โดยเฉพาะ</p>
<p>โปรแกรมนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ ส่วน sample ของเสียง, ส่วน Production Tools ที่ใช้ปรับแก้ลักษณะของเสียงกลอง, และส่วน Beat &amp; Fills ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยในการวางจังหวะกลอง และลูกส่งให้คุณ&#8230;</p>
<p><strong>Addictive Drum</strong> ได้เตรียม Preset กลองเอาไว้ให้แล้วมากกว่า 100 preset สำหรับชุดแรกที่เปิดตัว, และยังมีอีกมากกว่า 70 preset สำหรับ <strong>Retro Pack</strong> ตัวเสริม, สำหรับ Preset ที่เตรียมมาให้นี้ ช่วยให้คุณสามารถเห็นความสามารถในการปรับเสียงของโปรแกรมนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณลองเปลี่ยน Preset ดูแล้วคุณจะรู้ว่า<span style="text-decoration: underline;">คุณไม่ต้องเปลืองเนื้อที่ของ HDD คอมพิวเตอร์คุณ</span> ในการจัดเก็บไฟล์เสียงกลองแบบต่างๆ เนื่องจากโปรแกรมนี้มันช่วยเปลี่ยนเสียงกลองให้คุณได้เลย&#8230;. ถ้ายังไม่พอใจ ก็ยังสามารถหา Pattern จากค่าย <strong>XLN Audio</strong> เอง หรือว่า ค่ายอื่นๆ ที่ทำเอาไว้สำหรับ <strong>Addictive Drum</strong> มาใช้เพิ่มเติมได้เช่นกัน</p>
<p>ใน ขณะที่โปรแกรมอื่นที่เรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว อย่าง <strong>ToonTrack EDrummer</strong> จะเปลี่ยนเสียงโดยการที่คุณต้องไปเอาตัวเสริมที่เป็นเสียงกลองแบบอื่นมาลงใน คอมพิวเตอร์ของคุณ สำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่างใน Harddisk ค่อนข้างน้อย .. คุณสมบัตินี้ มันช่วยชีวิตได้จริงๆ ครับ..</p>
<p>สำหรับคนที่คิดว่ามันคือ โปรแกรม มันเป็นคอมพิวเตอร์ เสียงมันสู้กลองจริงไม่ได้หรอก &#8230; นั่นแสดงว่าคุณไม่รู้จักคำว่า Sample จริงๆเลย เช๊ยเชย.. Addictive Drum เป็นโปรแกรมที่ใช้เสียงที่อัดมากจากกลองจริงๆครับ ทั้งเสียงของกลอง Tama, DW, Sonor, Pearl หรือฉาบของ Sabian, Paiste เป็นต้น (คุณสามารถดูรายการกลองที่เค้าเอามาใช้ในการบันทึกเสียงได้ที่นี่ <span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">http://www.xlnaudio.com/xlncontent/kppreview.html</span> และ <span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">http://www.xlnaudio.com/retro.php?page=kitpieces</span> )</p>
<p>ก่อนที่จะไปหา โปรแกรมมาใช้ ก่อนที่จะลงโปรแกรมเข้าไปในเครื่องของคุณ ลองฟังตัวอย่างเสียงกลองจากค่ายนี้ดูก่อนครับ แล้วค่อยตัดสินใจว่า เสียงกลองจากค่ายนี้เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่ที่จะเอามาใช้ในงานของคุณ</p>
<p>สามารถไปฟังเสียงกลองของค่ายนี้ได้ที่เว็บของเค้า <span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">www.xlnaudio.com</span> นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-steps/6/addictive-drum-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SonarBoy ตัวเล็ก</title>
		<link>http://sonarboy.com/my-talk/1/sonarboy/</link>
		<comments>http://sonarboy.com/my-talk/1/sonarboy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 19:12:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>OHM4U</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Talk : คุยไปเรื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[Patid.com]]></category>
		<category><![CDATA[SonarBoy.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sonarboy.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[โซนาร์บอย ตัวเล็ก, โฉมใหม่ของ SonarBoy.com : &#8220;การเดินทางของ ดช.โซนาร์ บนเส้นทางสู่ความฝัน ท่องไปในโลกของคอมพิวเตอร์ดนตรี ร่วมอ่านเรื่องราว และเดินทางไปพร้อมกัน&#8221; , การปรับปรุงโฉมใหม่ของเว็บ SonarBoy ในครั้งนี้ ได้รับความช่วยเหลือด้านแนวคิด แนวทางการนำเสนอเนื้อเรื่อง จากทีมงานชุดใหม่ทั้งหมด รวมทั้งคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ทั้งในด้านดนตรี, ด้านการนำเสนอเว็บไซต์, Producer รายการโทรทัศน์ และอีกหลายๆวงการ ที่ระบุให้ชัดเจนไม่ได้ .. ด้วยความช่วยเหลือ และคำแนะนำจากผู้มีพระคุณทั้งหลาย เว็บ SonarBoy โฉมใหม่จึงเกิดขึ้น และเราจะมาพูดคุยกันถึง แนวทางใหม่ของเว็บ SonarBoy ในบันทึกนี้
การเดินทางของ ด.ช.โซนาร์
ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจที่ป่วนปั่นอย่างรุนแรง กลุ่มนักดนตรี ที่เรียกตัวเองว่า โซนาร์บอย กลุมคนที่รวมตัวเพื่อนำเสนอข้อมูลดีๆทางเว็บไซต์ ได้กระจัดกระจาย หายไปคนละทิศคนละทาง, เหลือเพียง ด.ช.โซนาร์ แห่งแคว้นลังกาสุกะ ที่ยังคงยืนหยัดนำพาเว็บไซต์ฝ่าฟันมรสุม นำเสนอข่าวสาร ข้อมูล เนื้อหา ตามรายสะดวก (มีเวลาว่างสักที ก็ Update เนื้อหาสักที)
จนในที่สุด การเดินทางฝ่ามรสุมก็ได้ผ่านพ้นไป.. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โซนาร์บอย ตัวเล็ก, โฉมใหม่ของ <strong>SonarBoy.com : &#8220;การเดินทางของ ดช.โซนาร์ บนเส้นทางสู่ความฝัน ท่องไปในโลกของคอมพิวเตอร์ดนตรี ร่วมอ่านเรื่องราว และเดินทางไปพร้อมกัน&#8221; </strong>, การปรับปรุงโฉมใหม่ของเว็บ <strong>SonarBoy</strong> ในครั้งนี้ ได้รับความช่วยเหลือด้านแนวคิด แนวทางการนำเสนอเนื้อเรื่อง จากทีมงานชุดใหม่ทั้งหมด รวมทั้งคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ทั้งในด้านดนตรี, ด้านการนำเสนอเว็บไซต์, Producer รายการโทรทัศน์ และอีกหลายๆวงการ ที่ระบุให้ชัดเจนไม่ได้ .. ด้วยความช่วยเหลือ และคำแนะนำจากผู้มีพระคุณทั้งหลาย เว็บ <strong>SonarBoy</strong> โฉมใหม่จึงเกิดขึ้น และเราจะมาพูดคุยกันถึง แนวทางใหม่ของเว็บ <strong>SonarBoy</strong> ในบันทึกนี้<span id="more-1"></span></p>
<h2><strong>การเดินทางของ ด.ช.โซนาร์</strong></h2>
<p>ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจที่ป่วนปั่นอย่างรุนแรง กลุ่มนักดนตรี ที่เรียกตัวเองว่า <strong>โซนาร์บอย </strong>กลุมคนที่รวมตัวเพื่อนำเสนอข้อมูลดีๆทางเว็บไซต์ ได้กระจัดกระจาย หายไปคนละทิศคนละทาง, เหลือเพียง <strong>ด.ช.โซนาร์ แห่งแคว้นลังกาสุกะ</strong> ที่ยังคงยืนหยัดนำพาเว็บไซต์ฝ่าฟันมรสุม นำเสนอข่าวสาร ข้อมูล เนื้อหา ตามรายสะดวก (มีเวลาว่างสักที ก็ Update เนื้อหาสักที)</p>
<p>จนในที่สุด การเดินทางฝ่ามรสุมก็ได้ผ่านพ้นไป.. <strong>ด.ช.โซนาร์</strong> ได้กลับไปซบอกผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เรียกตัวว่า &#8220;<strong>ขุนติ๊ด</strong>&#8221; ผู้นำสูงสุดแห่งอาณาจักรล้านนา ( <a href="http://www.patid.com" target="_blank">www.patid.com</a> ) เพื่อตั้งหลัก พักผ่อน พิจารณาตัวเอง ทำสมาธิ สวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้า และมองหาผู้ร่วมอุดมการณ์กลุ่มใหม่ .. ในที่สุดก็ได้พบเจอ คนเหล่านั้น ผู้ที่มีแนวทางในการใช้ชีวิตในโลกไซเบอร์ที่ลงตัวกับพายุเศรษฐกิจที่เป็นอยู่นี้</p>
<p>เรือลำเล็กๆ ของ <strong>ด.ช.โซนาร์</strong> ได้ออกเดินทางอีกครั้ง โดยผูกเรือเข้ากันกับเรือลำเล็กๆ ลำอื่นๆ รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เพื่อไม่ให้โดนลมพัดพาไปไกล และล้มหายตายจาก..  การเดินทางครั้งใหม่ของ <strong>ด.ช.โซนาร์</strong> ก็ได้เกิดขึ้น</p>
<h2>ฝากฝังกลุ่มผู้ร่วมทางเอาไว้ที่ Patid.com</h2>
<p>การเดินทางในครั้งนี้ของ <strong>ด.ช.โซนาร์</strong> เป็นเรือลำเล็ก ไม่สามารถที่จะรับผู้ร่วมทางเดินทางไปด้วยกันเหมือนครั้งเก่าก่อน .. กระดานสนทนา ได้ถูกคว่ำลง และฝากกลุ่มผู้ติดตามที่ห่างไกลไว้กับ <strong>ขุนติ๊ด</strong> (อย่างมัดมือชก) &#8230;</p>
<h3>การเดินทางในครั้งนี้ ของ ด.ช.โซนาร์ จะเป็นอย่างไรต่อไป กรุณา ติดตาม..</h3>
<h2>สรุปที่เขียนมา..</h2>
<ul>
<li>เว็บ <strong>SonarBoy.com</strong> จะเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอ .. โดยแนวทางนั้น ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนกลุ่มใหม่ ..</li>
<li>เว็บ <strong>SonarBoy.com</strong> เลิกบริการ ระบบ เว็บบอร์ด .. และให้ท่านทั้งหลายที่เคยติดตาม สอบถามปัญหา เลือกใช้ระบบ Comment ถามตอบ</li>
<li>หรือหากเร่งด่วน และเป็นคำถามที่อาจจะไม่เกี่ยวกับหัวข้อของบทความต่างๆในเว็บ ให้สอบถามได้ที่เว็บบอร์ดใหญ่ <a href="http://www.patid.com" target="_blank">www.patid.com</a> แล้วทีมงานจะตามไปตอบ ตามอำเภอใจ</li>
</ul>
<p>ขอได้รับความขอบคุณ&#8230; จาก &#8230; ใครก็ได้ ที่จะมาเป็นผู้สนับสนุนเว็บไซต์ในอนาคต.. ในตอนนี้ <strong>Google Adsense</strong> ข้างล่างก่อนครับ..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sonarboy.com/my-talk/1/sonarboy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
